ผู้คนทั่วไปในประเทศแถบเอเชีย รวมทั้งประเทศไทยอาจไม่ค่อยคุ้นกับชื่อ Infor ประเทศไทยมากนัก เพราะเป็นบริษัทที่เพิ่งเติบโตมาไม่ถึง 10 ปี แต่สำหรับภูมิภาคอื่นแล้วชื่อเสียงเป็นที่รู้จักกันดีอย่างแพร่หลายทั้งในยุโรปและอเมริกา
“ในธุรกิจอุตสาหกรรมด้านไอทีเทคโนโลยี ชื่อ Infor ไม่ต่างจากบริษัทยักษ์ใหญ่อย่าง Microsoft เพียงแต่ต่างกันตรงที่ ไมโครซอฟท์มุ่งเน้นในเชิงวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีใหม่ๆ เพื่อนำไปสู่การผลิตคิดค้นผลิตภัณฑ์อันเป็นนวัตกรรมสู่ตลาด บริษัทของเรามุ่งคิดค้นและพัฒนาซอฟแวร์ที่ใช้เพื่อสนับสนุนและพัฒนาในภาคธุรกิจ” คุณรณชาติ มหัทธนะพฤทธิ์ Country Director บริษัท Infor Global Solutions (Thailand) กล่าว
Infor เป็นบริษัทที่ผลิตและติดตั้งซอฟแวร์เพื่อช่วยสนับสนุนการบริหารจัดการสำหรับบริษัท กลุ่มบริษัท หรือ Business Application software ของสหรัฐอเมริกา โดยมีผลิตภัณฑ์และบริการให้ตั้งแต่ธุรกิจต้นน้ำจนถึงปลายน้ำ ได้แก่ Supply Chain Management (SCM), Enterprise Resource Planning (ERP), Performance Management (PM), Enterprise Asset Management (EAM),Financial Management (FM) และ Customer Relationship Management (CRM) สำหรับสำนักงานในประเทศไทยเป็นสาขาหนึ่งที่จัดจำหน่ายและให้บริการซอฟแวร์ดังกล่าว และมีลูกค้าในประเทศไทยนับร้อยราย

รณชาติ มหัทธนะพฤทธิ์ Country Director, Infor Global Solutions (Thailand)
Demand Planning วางแผนระบบการผลิต
Infor มีผลิตภัณฑ์ซอฟแวร์ในกลุ่ม SCM ให้เลือกตามความเหมาะสมของธุรกิจและความต้องการของลูกค้า ได้แก่ 1) Demand Planning 2) Advanced Planning และ 3) Advanced Scheduling
“ซอฟแวร์ทั้งสามตัวเป็นผลิตภัณฑ์ที่ช่วยให้การบริหารจัดการซัพพลายเชน (supply chain) ของลูกค้าให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น โดยทำให้การบริหารและจัดการสะดวกและง่ายขึ้น ลดขั้นตอนการดำเนินการ ลดความยุ่งยากและการสูญเสีย ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพบุคลากรให้เกิดประสิทธิภาพยิ่งขึ้น และที่สำคัญคือ ลดค่าใช้จ่ายในภาพรวมและโดยเฉพาะอย่างยิ่งในระยะยาว” คุณรณชาติ อธิบาย
Demand Planning เป็นซอฟแวร์ที่ช่วยการวางแผนการทำงานให้แก่ระบบการผลิตในโรงงาน สามารถกำหนดได้โดยใช้ตัวเลข order เป็นตัวกำหนด หรือใช้ตัวเลขประมาณการณ์ล่วงหน้า (Forecast Figure) เช่น ซีพีฟู้ด หรือ เบทาโกร ซึ่งเป็นอุตสาหกรรมที่มีตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงปลายน้ำ คือตั้งแต่การเลี้ยงไก่ในโรงเลี้ยง การชำแหละในโรงงานชำแหละ การบรรจุ แล้วยังมีการแยกสินค้าออกเป็นไก่สดแช่แข็ง และไก่ชุบแป้งทอด บทบาทของซอฟแวร์ก็จะพิจารณาจำนวนไก่ที่ชำแหละต่อวัน ต้องใช้กี่เมตริกตัน หรือจำนวนไก่แช่แข็งที่ต้องการผลิตให้ลูกค้า ต้องการกี่เมตริกตันหรือกี่แพ็ค
“Demand Planning เหมาะกับผู้ประกอบการที่มีระบบการผลิตมากกว่า 1 โรงงาน (Multi-Factory system) ส่วน Advanced Planning เป็นซอฟแวร์อีกตัวที่คล้ายคลึงกับ Demand Planning แต่เหมาะสมกว่าในกรณีที่โรงงานหรือสถานที่ผลิตตั้งอยู่กระจายแยกมากกว่าแห่งเดียว” คุณรณชาติ กล่าวเพิ่มเติม
อย่างไรก็ตาม หากผู้ประกอบการมีธุรกิจที่ใช้กระบวนการผลิตในลักษณะโรงงานเดียว ซอฟแวร์ Advanced Scheduling จะเหมาะสมกว่าสองตัวแรก แม้จะมีสนับสนุนระบบการทำงานคล้ายคลึงกันก็ตาม

Warehouse Management Solution
ซอฟแวร์ WMS (Warehouse Management System) ของ Infor ช่วยในการบริหารการจัดเก็บสินค้าทุกประเภท ให้ดำเนินไปอย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น โดยช่วยในการควบคุม shelf life แต่ละประเภท แยกประเภทของสินค้า การหยิบหรือจัดส่งสินค้าก่อนหรือหลังตามเงื่อนไขที่ต้องการ
“เราดูเงื่อนไขการหมดอายุของสินค้า การหยิบสินค้าตามความต้องการของลูกค้า นอกจากนี้เรายังช่วยออกแบบพื้นที่ในการจัดเก็บด้วยเพื่อให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด ซึ่งยังช่วยแก้ปัญหาสินค้าเสียหรือหมดอายุ ลดการเสียเวลาในการค้นหาหรือจัดวาง ขนส่ง หรือสินค้าสูญหายไปจากคลังสินค้า” คุณรณชาติ กล่าว
ธุรกิจ 3 กลุ่มหลักที่นิยมใช้ซอฟแวร์ Warehouse Management ของบริษัท Infor ประกอบด้วยกลุ่มธุรกิจ Retail หรือ Modern Trade กลุ่มธุรกิจชิ้นส่วนประกอบรถยนต์ (Auto Parts) ตลอดจนกลุ่มธุรกิจ Third Party Logistics (3PLs) หรือลูกค้าที่ดำเนินธุรกิจรับจ้างบริหารจัดการคลังสินค้าให้ธุรกิจการผลิตอีกทอดหนึ่ง
คุณรณชาติ อธิบายว่า สินค้าในคลังสินค้ามักมีจำนวนมากหรือหลากหลายประเภทจนมักตกค้าง หมดอายุหรือเสื่อมสภาพ ทำให้สูญเสียทั้งสินค้าและยังเพิ่มภาระต้นทุนแก่ผู้ผลิตและพื้นที่จัดเก็บ นอกจากนั้นการจัดวางที่ไม่เป็นระบบ หรือมีระบบที่ขาดประสิทธิภาพ ทำให้เสียเวลาในการจัดเก็บ การค้นหา การขนส่งภายในคลังสินค้า การใช้พื้นที่ไม่คุ้มค่า การตกค้างของสินค้าเนื่องจากหาไม่พบ หรือแม้กระทั่งการนำไปสู่การขนถ่ายสินค้าโดยไม่ได้รับอนุญาตและยากต่อการตรวจพบ
ดังนั้น Infor จึงช่วยแก้ปัญหาต่างๆ เหล่านี้ เพราะ WMS สามารถบริหารจัดตามชนิด จำนวน วันหมดอายุของสินค้าในคลังสินค้า เช่น การจัดระบบ ‘ผลิตก่อน หยิบก่อน (first in –first out)’ และยังช่วยออกแบบและบริหารพื้นที่จัดเก็บภายในคลังสินค้าให้เหมาะสมอีกด้วย กระบวนการทั้งหมดจะช่วยลดขั้นตอน ลดเวลา เพิ่มความสะดวกและประสิทธิภาพระบบจัดการคลังสินค้า
”ผลลัพธ์เห็นได้ชัดเจน เช่นเราสามารถช่วยลดเวลาจาก 8 ชั่วโมง เหลือ 2 ชั่วโมง หรือในธุรกิจ auto parts เราลด cost ให้ลูกค้าจากปัญหาสินค้าในสต็อคหายไปได้มีมูลค่าถึง 10 ล้านบาทต่อเดือน ซึ่งเดิมกว่าจะทราบเรื่องก็ตอนตรวจเช็คสต็อคที่กว่าจะทราบก็ตอนสิ้นปี” รณชาติ เปิดเผยถึงผลลัพธ์ที่เกิดตามมา

Transportation Management Solution
ซอฟแวร์ Transportation Management นี้ช่วยให้การจัดส่งสินค้าและผลิตภัณฑ์ เป็นไปอย่างสะดวกรวดเร็วให้สอดคล้องกับความต้องการของลูกค้า และเกิดประสิทธิภาพและประสิทธิผลสูงสุด ด้วยวิธีบริหารจัดการเส้นทางการขนส่ง (route) โดยคำนึงถึงจำนวนเส้นทาง จำนวนสถานที่หรือสาขาที่ต้องจัดส่ง ระยะทางการขนส่ง ความถี่ของการจัดส่ง ปริมาณสินค้าหรือผลิตภัณฑ์ที่ต้องการจัดส่ง การจัดวางบนยานพาหนะเพื่อการขนขึ้น-ลง ตามลำดับก่อนหลัง การจัดส่งตรงตามวันเวลาที่ต้องการ ตลอดจนช่วยจัดกลุ่มการส่ง (group order) ในกรณีมีลูกค้ามากกว่า 1 รายในเส้นทางเดียวกัน
ในขณะเดียวกัน ระบบซอฟแวร์นี้ยังช่วยบริหารพื้นที่ของพาหนะให้สามารถบรรทุกได้มากและเหมาะสมที่สุด โดยคำนึงถึงขนาดของสินค้าหรือผลิตภัณฑ์ที่บรรทุก ขนาดของยานยนต์ที่ใช้ขนส่ง
รณชาติ อธิบายด้วยว่า ซอฟแวร์ Transportation Management ทำให้ลูกค้าสามารถคำนวณพื้นที่รถ ขนาดและรูปทรงของบรรจุผลิตภัณฑ์ที่ขนส่งให้สอดคล้องกัน จึงช่วยกำหนดจำนวนรถที่จะใช้ ประเภทและขนาดของรถที่มีหรือต้องการใช้ให้เหมาะสม จำนวนคนขับหรือบุคลากรที่เกี่ยวข้องในการขนส่ง เชื้อเพลิงที่ต้องใช้ในการขนส่ง นอกเหนือจากนั้น ยังรวมไปถึงการบริหารจัดการขนส่งเที่ยวกลับด้วยในกรณีที่ลูกค้าต้องการขนส่งวัตถุดิบ กล่องหรือลัง หรือผลิตภัณฑ์ใดๆ มากับรถ
“ซอฟแวร์ Transportation Management ช่วยบริหารจัดการปัจจัยต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการขนส่งจนทำให้ผู้ประกอบการขนส่งสามารถคำนวณค่าใช้จ่ายและลดต้นทุนลงได้มาก ภาพรวมจากการให้บริการของเรา คือช่วยลดต้นทุนให้ลูกค้าลงได้ไม่ต่ำกว่า 15 เปอร์เซ็นต์จากต้นทุนเดิม ซึ่งปกติในแง่ของลูกค้า การลดต้นทุนได้เพียง 5 เปอร์เซ็นต์ เขาก็แฮปปี้เพราะคุ้มกับการลงทุนแล้ว” รณชาติ เล่าพร้อมรอยยิ้ม
ERP ตัวใหม่สำหรับอาหาร เครื่องดื่ม และเคมีภัณฑ์
ซอฟแวร์ส่วนใหญ่ที่บริษัท Infor ให้บริการ ถูกวิจัยค้นคว้าและพัฒนาขึ้นในต่างประเทศ ได้แก่ สหรัฐอเมริกา อังกฤษ และเนเธอร์แลนด์ โดยการรวบรวมองค์ความรู้จากผู้เชี่ยวชาญและประสบการณ์คร่ำหวอดจากหลากหลายสาขาในแวดวงธุรกิจและอุตสาหกรรม ส่วนในประเทศไทยจะเน้นให้การบริการ ติดตั้ง และให้คำปรึกษาทั้งก่อนและหลังติดตั้งเป็นหลัก
“ตัวซอฟแวร์ของเราเป็น Best Practice Package อยู่แล้ว ซึ่งปกติประมาณ 80 เปอร์เซ็นต์ก็จะตรงกับความต้องการของลูกค้า จะปรับก็เพียงเล็กน้อยให้สอดคล้องกับรายละเอียดในระบบ ITและธุรกิจของลูกค้าแต่ละราย” รณชาติ กล่าว และยังเผยด้วยว่าภายในปีนี้ Infor จะมีซอฟแวร์อีกชนิดคือ Enterprise and Resource Planning (ERP) ซึ่งออกแบบสำหรับช่วยธุรกิจแปรรูป (Process) ทั้งอาหาร เครื่องดื่ม และเคมีภัณฑ์
ในภาวะวิกฤตเศรษฐกิจโลกที่เริ่มจากสหรัฐอเมริกาช่วงปี 2007 และลุกลามส่งผลกระทบไปทั่วโลกรวมทั้งประเทศไทย จนถึงช่วงปลายปี 2008 แต่ Infor (Thailand) สามารถพลิกฟื้นจากวิกฤตกลับมาได้อย่างรวดเร็วตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ 2009 เป็นต้นมา
“ตั้งแต่ปี 2007 แม้จะมีเหตุการณ์หลายอย่าง (ทั้งเศรษฐกิจโลกและการเมือง) ส่งผลต่อเศรษฐกิจของประเทศไทย แต่ตัวเลขยอดขายจริงของเราไม่ได้รับผลกระทบและไม่ลดลงเลยตลอดระยะ 3 ปีที่ผ่านมา เนื่องจากฐานลูกค้าของเรามีมากถึงราว 500 ราย เราดูแลความสัมพันธ์และพูดคุยกับลูกค้าของเราตลอดเป็นอย่างดี” เขาเล่าจากประสบการณ์ของตนเองและทีมงาน ซึ่งไม่เพียงสร้างความพึงพอใจแก่ลูกค้าจากซอฟแวร์ที่มีอยู่เท่านั้น แต่ยังรวมถึงการช่วยแก้ปัญหาให้ลูกค้าแต่ละราย
“มีลูกค้าของเราขอให้ช่วยจัดการว่า สินค้าที่เขาผลิตและจำหน่ายแล้ว แต่ลูกค้าของเขาฝากเก็บไว้ก่อน เนื่องจากข้อจำกัดด้านพื้นที่ของลูกค้า เราก็ต้องคิดและทำให้ได้ว่าจะจัดให้เข้ากับระบบอย่างไร ด้วยซอฟแวร์ของเรา ซึ่งไม่มี Requirement แบบนี้ในประเทศอื่น พบแห่งเดียวที่เมืองไทย” รณชาติ เล่าพร้อมรอยยิ้ม
อย่างไรก็ตามผู้บริหารของ Infor (Thailand) ให้ข้อคิดที่ผู้ประกอบการที่สนใจหรือกำลังมองหาซอฟแวร์มาช่วยกระบวนการผลิตหรือจัดการคลังสินค้าว่า การลงทุนด้าน IT อาจดูเป็นเรื่องจับต้องไม่ได้ และเหมือนจะไม่สำคัญเท่าลงทุนด้านเครื่องจักรกลซึ่งเพิ่มผลผลิตและรายได้โดยตรง แต่แท้จริงแล้วในภาพรวม IT กลับช่วยลดต้นทุนและเพิ่มรายได้เนื่องจากลดเวลา แรงงาน ขั้นตอนการทำงาน จัดระบบระเบียบ ลดการสูญเสียและเพิ่มความถูกต้องแม่นยำ ซึ่งสร้างความมั่นใจและเชื่อมั่นให้เกิดกับลูกค้าของตนได้มากในที่สุด
“แต่การเลือกใช้ซอฟแวร์ ไม่ควรดูแค่ฟังก์ชั่นของสินค้า แต่ต้องดูทีมงานที่จะติดตั้งและทีมที่ปรึกษาควบคู่ไปด้วย ทีมงานที่ดีมีประสบการณ์ สามารถทำให้สินค้าที่ไม่แตกต่างกันนักมีคุณค่าเพิ่มขึ้น แต่ถ้าทีมงานขาดประสบการณ์ อาจทำให้สินค้าที่ดีมีค่าน้อยกว่าที่ควร” รณชาติ กล่าวทิ้งท้าย
Infor จัดว่าเป็นหนึ่งในผู้นำระดับโลกในตลาดซัพพลายเชน (Supply Chain Software) และให้บริการแก่บริษัทกว่า 1,500 แห่งทั่วโลก ส่วนในประเทศไทย บริษัทฯเป็นผู้นำในตลาดซอฟแวร์สำหรับบริหารจัดการคลังสินค้า (Warehouse Management) โดยมีลูกค้าเป็นกลุ่มธุรกิจหรือบริษัทขนาดใหญ่อื่นๆ นอกเหนือจากที่กล่าวมาแล้ว เช่น ร้านสะดวกซื้อเซเว่น อีเลฟเว่น (7 eleven), โรงงานยาสูบ, เบทาโกร (Betagro) เป็นต้น ซอฟแวร์ของ Infor ไม่ได้จบลงเพียงแค่ระบบการผลิต การบริหารจัดการคลังสินค้าหรือผลิตภัณฑ์เท่านั้น แต่ยังครอบคลุมไปถึงขั้นต่อไป คือการบริหารจัดการด้านการขนส่ง (Transportation Management) นอกเหนือจากซอฟแวร์ทั้ง 3 ชนิดสำหรับช่วยอำนวยความสะดวกและเพิ่มประสิทธิภาพในขั้นตอนการผลิตแล้ว Infor ยังมีซอฟแวร์ที่ช่วยในการบริหารจัดการสถานที่จัดเก็บสินค้าหรือผลิตภัณฑ์ หรือ Warehouse Management (WM)
ที่มา: http://www.logisticsdigest.com/







